ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจัดส่งพัสดุถือเป็นเรื่องสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ สิ่งหนึ่งที่มักจะมาคู่กับการส่งของเสมอและขาดไม่ได้เลยก็คือรหัสยาว ๆ ที่หลายคนอาจจะตั้งคำถามกันว่า เลขแทรคคืออะไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า เลขแทรคกิ้งคือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างไร และทำไมทุกออเดอร์ถึงต้องมีเพื่อความปลอดภัยและสบายใจของทั้งสองฝ่าย
เลขแทรคกิ้ง (Tracking Number) คืออะไร
เลขแทรคกิ้ง คือ รหัสประจำตัวเฉพาะที่บริษัทขนส่งออกให้กับพัสดุแต่ละชิ้น ซึ่งอาจประกอบไปด้วยตัวเลข หรือตัวอักษรผสมตัวเลข (บาร์โค้ด) โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ในการระบุตัวตน และบันทึกข้อมูลการเดินทางของพัสดุชิ้นนั้น ๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่รับของเข้าคลัง ไปจนถึงวินาทีที่ส่งมอบถึงมือผู้รับปลายทาง
ทำไมต้องมีเลขแทรคกิ้ง (Tracking Number) ก่อนส่งของลูกค้า

หากรู้แล้วว่าเลขแทรคกิ้ง คืออะไร การแจ้งเลขพัสดุให้กับลูกค้าก็ไม่ใช่แค่มีไว้ยืนยันความถูกต้องเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อว่าสินค้าถูกจัดส่งจริงไม่โดนโกงแน่นอน
การที่ร้านค้าออนไลน์ส่งเลขพัสดุให้กับลูกค้าทันทีหลังจัดส่ง เป็นการยืนยันด้วยหลักฐานที่เป็นรูปธรรมว่าร้านค้าได้ทำการแพ็กของส่งสินค้าจริง สิ่งที่ยืนยันได้ดีที่สุดจากเลขแทรค คือการที่ลูกค้านำไปเช็กในระบบขนส่งได้เรียบร้อย ช่วยลบความกังวลใจของลูกค้า ป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวง และยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าในระยะยาวอีกด้วย
ใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลมประกันกรณีพัสดุเกิดความเสียหาย
อุบัติเหตุระหว่างการจัดส่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่หากพัสดุเกิดการสูญหายหรือสินค้าด้านในได้รับความเสียหาย ประโยชน์อีกอย่างของเลขแทรคกิ้ง คือการเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่คุณต้องใช้ยื่นเรื่องกับบริษัทขนส่ง เพื่อทำการตรวจสอบและเรียกร้องค่าชดเชยตามเงื่อนไขการรับประกัน
ติดตามสถานะการส่งสินค้า และแก้ไขปัญหาพัสดุตกค้างได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งผู้ส่งและผู้รับสามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าได้แบบเรียลไทม์ หากสังเกตเห็นว่าสถานะของพัสดุหยุดนิ่งเป็นเวลาหลายวัน หรือมีการจัดส่งผิดสาขา สิ่งที่ช่วยตามของได้จากเลขแทรคคือการที่คุณสามารถโทรแจ้ง Call Center ของขนส่งโดยระบุรหัสนี้ เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาพัสดุตกค้างได้อย่างทันท่วงที
รูปแบบของเลขแทรคกิ้งที่แปะบนพัสดุจากขนส่ง

แต่ละบริษัทขนส่งจะมีโครงสร้างการตั้งเลขแทรคกิ้งที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งความแตกต่างของเลขแทรคกิ้ง คือความยาวและตัวอักษรจะแตกต่างกันออกไป ทำให้เราสามารถมองปุ๊บแล้วรู้ได้ทันทีว่ามาจากบริษัทไหน ตัวอย่างเช่น
- ไปรษณีย์ไทย (EMS/ลงทะเบียน) : มักจะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร 2 ตัว ตามด้วยตัวเลข 9 หลัก และปิดท้ายด้วยอักษร TH (เช่น EG123456789TH)
- Kerry Express : นิยมใช้ตัวอักษร 1 ตัวนำหน้า ตามด้วยตัวเลขอีก 9-14 หลัก
- Flash Express : มักจะขึ้นต้นด้วยอักษร TH ตามด้วยตัวเลข 11 หลัก และมีตัวอักษรปิดท้าย
- J&T Express : มักจะใช้ตัวเลขล้วน 12-15 หลัก หรือขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเฉพาะของแพลตฟอร์ม
วิธีเช็กเลขแทรคพัสดุง่าย ๆ ผ่านเว็บและแอปพลิเคชันขนส่งยอดนิยม

เมื่อได้รับเลขพัสดุมาแล้ว หน้าที่หลักของเลขแทรค คือการใช้ตรวจสอบสถานะในปัจจุบัน ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายช่องทางที่สะดวกสบายต่าง ๆ ดังนี้
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของขนส่ง : เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทขนส่งนั้นๆ แล้วนำเลขไปกรอกในช่องค้นหา ระบบจะแสดงเส้นทางของพัสดุอย่างละเอียด
- แอปพลิเคชันรวมขนส่ง (All-in-One) : สำหรับผู้ที่ชอบช้อปปิ้งหลายร้านและใช้ขนส่งหลายเจ้า การรู้ว่าเลขแทรคกิ้งคืออะไรและนำไปกรอกในแอปฯ อย่าง 17Track จะช่วยให้เช็กสถานะพัสดุของทุกบริษัทได้ในหน้าจอเดียว
- ระบบอัตโนมัติของ Marketplace : หากซื้อผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Shopee หรือ Lazada ระบบจะเชื่อมต่อ API กับขนส่งและอัปเดตสถานะให้ดูได้ทันทีในแอปพลิเคชัน โดยที่คุณไม่ต้องนำเลขไปค้นหาเอง
ปิดจบปัญหาออเดอร์ตกหล่น ส่งตรงเวลา กับบริการจาก Scale Up Fulfilment
ปัญหาคลาสสิกของคนทำธุรกิจออนไลน์เมื่อร้านเริ่มขายดี คือการจดเลขแทรคกิ้งสลับกัน แจกเลขลูกค้าผิดคน โดยลืมไปว่าความสำคัญของเลขแทรคกิ้ง คือสิ่งที่ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด การพยายามแพ็กของส่งลูกค้า ด้วยตัวเองในปริมาณที่มากเกินกำลัง อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่ทำลายความเชื่อมั่นของลูกค้าได้
จะดีกว่าไหม ถ้าเปลี่ยนความวุ่นวายหลังบ้านให้เป็นระเบียบมากขึ้นกับระบบ Fulfillment จาก Scale Up Fulfilment ที่เข้ามาช่วยจัดการตั้งแต่การเก็บสินค้า แพ็กลงกล่อง ไปจนถึงการกระจายสินค้าสู่มือลูกค้าอย่างรวดเร็ว พร้อมระบบซอฟต์แวร์ที่อัปเดตข้อมูลที่ระบบจะแจ้งเตือนไปยังลูกค้าโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างราบรื่น ไร้กังวลเรื่องออเดอร์ตกหล่น และมีเวลาโฟกัสกับการเพิ่มยอดขายได้อย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยว (FAQ) กับเลขแทรคกิ้งพัสดุ
เช็กเลขแทรคแล้วไม่พบข้อมูล ต้องทำอย่างไร
ปัญหานี้มักเกิดจากการที่พนักงานขนส่งเพิ่งรับพัสดุไปแต่ยังไม่ได้คีย์ข้อมูลเข้าระบบส่วนกลาง แนะนำให้รอประมาณ 1-6 ชั่วโมงแล้วลองเช็กใหม่อีกครั้ง หากผ่านไปเกิน 24 ชั่วโมงแล้วสถานะยังไม่ขึ้น ควรติดต่อร้านค้าหรือ Call Center ของบริษัทขนส่งเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรหัส
ส่งพัสดุทุกรูปแบบจะได้เลขแทรคกิ้งเสมอไปหรือไม่
ไม่เสมอไป หากเลือกส่งจดหมายหรือพัสดุธรรมดา (แบบไม่ลงทะเบียน) ของบางบริษัทขนส่ง จะไม่มีเลขแทรคกิ้งสำหรับตรวจสอบสถานะทางออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยและเช็กสถานะได้ แนะนำให้เลือกส่งแบบลงทะเบียน, EMS หรือส่งผ่านขนส่งเอกชนที่มีการออกบาร์โค้ดเสมอ
หากทำเลขแทรคหาย สามารถเช็กสถานะพัสดุด้วยวิธีอื่นได้ไหม
โดยปกติระบบขนส่งจะใช้เลขแทรคเป็นเครื่องมือหลักในการค้นหา หากทำเลขหายแนะนำให้ติดต่อร้านค้าหรือผู้ส่งเพื่อขอเลขใหม่ อย่างไรก็ตาม ขนส่งเอกชนบางเจ้าในปัจจุบันสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์ของผู้รับ ไปค้นหาสถานะพัสดุผ่านแอปพลิเคชันของขนส่งนั้นๆ ได้โดยตรง