Preorder คืออะไร สรุปครบทุกเรื่องน่ารู้ก่อนขายพรีออเดอร์

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Preorder กันมาบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วพรีออเดอร์ คืออะไรกันแน่ และทำไมโมเดลการทำธุรกิจหรือค้าขายแบบนี้ ถึงเป็นที่นิยมสำหรับคนมีทุนน้อย วันนี้ Scale Up Fulfilment จะพาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่มาทำความเข้าใจ พร้อมสรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ เพื่อให้พร้อมรับมือกับออเดอร์แบบไม่มีสะดุดกัน

พรีออเดอร์ (Preorder) คืออะไร

พรีออเดอร์ คือ วิธีการขายที่เปิดให้ลูกค้าสั่งจอง และชำระเงินล่วงหน้าสำหรับสินค้าที่ยังไม่มีในสต๊อก จากนั้นร้านค้าจึงจะนำยอดสั่งซื้อทั้งหมดไปสั่งผลิต หรือนำเข้าตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งพอดี ทำให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนจมและหมดห่วงเรื่องสินค้าค้างสต๊อก

4 รูปแบบการขายของออนไลน์แบบ Preorder ยอดนิยมในปัจจุบัน

รูปแบบการขายของออนไลน์แบบ Preorder ยอดนิยม

เมื่อเข้าใจแล้วว่าการขายแบบ Preorder คืออะไร ลำดับต่อไปเรามาดูกันว่ารูปแบบการขายแบบในตลาดปัจจุบัน 4 ประเภทที่นิยมทำกัน ดังนี้

  1. แบบสั่งผลิต (Made-to-Order) : การขายแบบรับยอดสั่งซื้อก่อนแล้วค่อยผลิตตามจำนวน เช่น งานแฮนด์เมด ซึ่งมักใช้เวลาผลิตและจัดส่งราว ๆ 7-30 วัน
  2. สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ : เป็นการสั่งซื้อสินค้าจากต่างแดน เช่น เสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางจากจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น ซึ่งมักต้องใช้เวลารอนานประมาณ 14-30 วัน
  3. สินค้า Limited Edition : เป็นการเปิดสั่งจองสินค้าพิเศษที่ผลิตมาในจำนวนจำกัดเท่านั้น ตอบโจทย์คนที่เชี่ยวชาญการสั่งซื้อสินค้าเป็นประจำ 
  4. แบบจองล่วงหน้าสำหรับสินค้าใหม่ : เป็นการสั่งจองสินค้าที่กำลังเตรียมจะวางจำหน่ายในอนาคต เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ หรือหนังสือนิยาย

ข้อดีและข้อควรระวังที่ควรรู้ ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจพรีออเดอร์

ข้อดีและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนทำพรีออเดอร์

การรู้แค่ว่า Preorder คืออะไร อาจยังไม่พอที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เพราะทุกการลงทุนย่อมมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดในตัวเอง เรามาเจาะลึกกันว่าข้อดีและมีข้อควรระวังใดบ้างที่คุณต้องเตรียมรับมือ เพื่อลดความเสี่ยงในการขาย

ข้อดีของการขายสินค้าแบบพรีออเดอร์

  • ไม่ต้องใช้เงินทุนสูงในการซื้อสินค้ามาสต๊อกไว้ก่อน ทำให้ทุนไม่จมและมีเงินทุนหมุนเวียนได้ดี
  • หมดปัญหาสินค้าค้างสต๊อกหรือขายไม่ออก เพราะเป็นการสั่งผลิตหรือนำเข้าตามจำนวนคำสั่งซื้อแบบเป๊ะ ๆ
  • มีอิสระในการเลือกสินค้ามาขายให้ลูกค้าเลือกชมได้หลากหลายกว่าร้านที่ต้องสต๊อกของ
  • ช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์และกระตุ้นยอดขายได้ เพราะการจำกัดเวลาการสั่ง Preorder คือการสร้างจิตวิทยาให้ลูกค้ารีบตัดสินใจซื้อ

ข้อควรระวังของการขายสินค้าแบบพรีออเดอร์

  • ไม่สามารถควบคุมระยะเวลาการจัดส่งได้ 100% อาจเกิดความล่าช้าจากโรงงานผลิตต้นทางหรือบริษัทขนส่ง
  • สินค้าที่ได้รับอาจไม่ตรงปกหรือไม่ได้มาตรฐาน หากเลือกร้านค้าต้นทางที่ไม่มีชื่อเสียงหรือขาดความน่าเชื่อถือ
  • สินค้าอาจหมดระหว่างรอปิดรอบ ทำให้ได้ของไม่ครบตามจำนวนที่สั่งซื้อไว้
  • หากเป็นกรณีที่ร้านยอมให้ลูกค้าชำระเงินทีหลังสินค้าเข้า อาจเสี่ยงต่อการถูกยกเลิกการสั่งซื้อได้

5 ขั้นตอนการเตรียมตัวเปิดร้านพรีออเดอร์ให้ประสบความสำเร็จ

ขั้นตอนการเตรียมตัวเปิดร้านพรีออเดอร์

เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและลูกค้ารู้สึกประทับใจ การวางแผนที่ดีจึงสำคัญมาก เมื่อเข้าใจจุดเด่นและข้อควรระวังของการทำพรีออเดอร์แล้ว เรามาดู 5 ขั้นตอนสำคัญในการเตรียมตัวเปิดร้านดีกว่า

  1. เลือกสินค้าและกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน : สิ่งแรกของการทำพรีออเดอร์ คือการเลือกขายสินค้าตามความถนัดหรือตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยต้องพิจารณากำลังซื้อและเทรนด์ของตลาด ณ ขณะนั้นด้วย
  2. ตามหาเว็บไซต์หรือแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ : ไม่ว่าจะเป็นสินค้านำเข้าจาก Taobao, 1688 (จีน), Rakuten (ญี่ปุ่น) หรือ Gmarket (เกาหลี) ควรเลือกแหล่งสินค้าที่ดีที่สุด และหาแหล่งสำรองไว้เผื่อเกิดข้อผิดพลาด
  3. กำหนดรอบเปิด-ปิดพรีออเดอร์ให้ชัดเจน : การระบุระยะเวลาที่ชัดเจนจะช่วยให้รู้จำนวนออเดอร์ที่แน่นอน จัดการได้ง่าย และสามารถแจ้งลูกค้าได้ชัดเจนว่าสินค้าจะถึงไทยในอีกกี่วัน
  4. กำหนดวิธีการรับชำระเงินที่รัดกุม : เพื่อป้องกันการยกเลิกออเดอร์ภายหลัง ควรให้ลูกค้าชำระเงินมัดจำ (เช่น 50%) หรือชำระเต็มจำนวนก่อนที่ร้านจะกดสั่งสินค้า และการเปิดช่องทางชำระผ่านบัตรเครดิตจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
  5. เลือกบริษัทนำเข้า (Shipping) ที่มีคุณภาพ : หากเป็นสินค้านำเข้า ต้องหาบริษัทรับนำเข้าที่น่าเชื่อถือ ซึ่งระยะเวลาจัดส่งมักใช้เวลา 10-20 วัน ขึ้นอยู่กับประเทศและพาหนะในการจัดส่ง (เครื่องบิน, รถยนต์ หรือเรือ)

ส่งของพรีออเดอร์ราบรื่น ไร้กังวลด้วย Scale Up Fulfilment

ท้ายที่สุดแล้ว การขายแบบ Preorder คือสิ่งที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะเมื่อยอดขายเริ่มพุ่งและสินค้าจำนวนมากล็อตใหญ่เดินทางมาถึง สิ่งที่มักทำให้ร้านค้าปวดหัวคือการคัดแยก และแพ็กของส่งลูกค้าจำนวนมหาศาลในเวลาที่จำกัด ปัญหานี้จะหมดไปหากเลือกใช้ระบบ Fulfillment จาก Scale Up Fulfilment

เราคือศูนย์กระจายสินค้าที่ได้มาตรฐาน พร้อมซัพพอร์ตผู้ประกอบการในทุกขั้นตอน เมื่อสินค้าถึงไทย เรามีทีมงานมืออาชีพรับของเข้าคลัง จัดการแยกออเดอร์ และให้บริการ Fulfillment อย่างครบวงจร ช่วยให้การจัดส่งถึงมือลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ร้านค้าเพียงแค่นั่งโฟกัสกับการทำการตลาดและการรับออเดอร์ ส่วนระบบหลังบ้านปล่อยให้เราดูแลจัดการได้เลย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการขายสินค้าพรีออเดอร์ 

เริ่มต้นขายของแบบพรีออเดอร์ ควรเก็บเงินลูกค้าเต็มจำนวนหรือมัดจำดี

แนะนำให้เก็บเงินมัดจำอย่างน้อย 50% หรือเก็บเต็มจำนวนก่อนสั่งซื้อ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ลูกค้าเปลี่ยนใจยกเลิกออเดอร์ในภายหลัง ซึ่งจะทำให้ร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนสินค้านั้นแทน

หากสินค้าพรีออเดอร์จากต่างประเทศส่งล่าช้ากว่ากำหนด ควรรับมืออย่างไร

ร้านค้าควรแจ้งอัปเดตสถานะขนส่งให้ลูกค้าทราบตามจริงทันทีผ่านช่องทางติดต่อ พร้อมระบุระยะเวลาที่จะได้รับของใหม่ที่แน่ชัด การสื่อสารที่โปร่งใสจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นและลดความไม่พอใจของลูกค้าลงได้

คลังสินค้า Fulfillment ช่วยซัพพอร์ตธุรกิจพรีออเดอร์ได้อย่างไรบ้าง

เมื่อสินค้าล็อตใหญ่มาถึงคลัง คลังสินค้าจะช่วยเช็กจำนวน คัดแยกออเดอร์ แพ็กลงกล่อง และจัดส่งให้ทันที ทำให้ร้านค้าไม่ต้องนั่งแพ็กของเองเป็นพันชิ้น ช่วยให้สินค้าถึงมือลูกค้าปลายทางได้เร็วที่สุด

Facebook
Twitter
LinkedIn

ข่าวสารอื่นๆ

5 ขนส่งเจ้าดังตอบโจทย์คนทำธุรกิจ เหมาะใช้ส่งไปต่างประเทศ 2026

FIFO vs FEFO vs LIFO คืออะไร ต่างกันอย่างไรในการจัดการคลัง